มาใหม่ล่าสุด

  • การปลูกผักไร้ดินบนต้นกล้วย เกษตรวิถีใหม่ คิดแปลกแหวกแนว

    การปลูกผักไร้ดินบนต้นกล้วย


    วิธีเพาะเมล็ดพันธุ์โดยการหว่านเมล็ดพันธุ์ลงในแปลงกล้า จะได้ต้นกล้าที่มีคุณภาพดีน้อย และมีความเสียหายค่อนข้างมาก ทั้งนี้ เพราะต้นกล้าส่วนหนึ่งจะถูกทำลายโดยด้วงหมัดผัก ซึ่งเป็นศัตรูที่สำคัญมากของผักทุกชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะกล้า และเมื่อย้ายไปปลูกในแปลงปลูกต้นกล้าก็จะช้ำ หรือเหี่ยวเฉาหรือบางต้นอาจเน่าตายไปเลย ทำให้มีต้นทุนในการเพาะปลูกผักที่สูงมาก และนี่คือที่มาของการปลูกผักไร้ดินบนต้นกล้วย ที่ประเทศเวียดนาม


    วิธีการเตรียมหรือการเพาะต้นกล้า



    เกษตรกรเวียดนามขยันและประณีตมาก ในเรื่องของดินหรืออาจจะเรียกปุ๋ยหมักสำหรับเพาะกล้าก็ว่าได้ เพราะดินเพาะกล้าเป็นดินที่ได้จากการหมักมูลสัตว์ผสมกับเศษพืชผักที่เหลือจากการเก็บเกี่ยว ขุยมะพร้าวหรือขี้เลื้อย และหรือเศษวัสดุอื่นๆ หมักจนได้ที่แล้วจึงนำมาร่อนด้วยตะแกรงที่มีรูขนาดประมาณ 3-5 มิลลิเมตร หรืออาจจะใหญ่กว่า เพื่อแยกเอาเศษวัสดุที่มีขนาดใหญ่ออก หรืออาจแยกโดยลักษณะคล้ายๆ กับการแยกกรวดออกจากทรายที่ใช้ในการฉาบปูนสำหรับก่อสร้างก็ได้



    แล้วจึงนำดินปลูกที่ได้มาใส่ในกระบะโฟมหรือพลาสติคที่มีขายโดยทั่วไป และใช้เครื่องอัดดินที่เกษตรกรคิดดัดแปลงทำขึ้นเอง มีลักษณะการทำงานคล้ายกับตะแกรงปิ้งปลา โดยทำหัวกดที่เป็นทองเหลืองยึดติดอยู่กับแผงไม้ ตามจำนวนรูหรือช่องของกระบะเพาะ
    จากนั้นจึงใส่กระบะที่ได้ใส่ดินเพาะที่มีความชื้นที่เหมาะสมแล้ว ลงให้เข้ากับล็อคที่เกษตรกรได้ตั้งไว้แล้ว ซึ่งช่องของกระบะจะตรงกับหัวกดหรือแผ่นกดพอดี และเมื่อกดแท่นหัวอัดลงในกระบะ ดินที่อยู่ในช่องกระบะก็จะถูกกดลงในช่อง โดยการกดต้องไม่กดอัดให้ดินปลูกแน่นจนเกินไป แล้วจึงนำกระบะที่กดดินแล้วออก ก็จะเห็นว่าดินปลูกในกระบะถูกอัดแน่นและมีรูเล็กๆ สำหรับหยอดเมล็ดพันธุ์ผักลงไป เนื่องจากหัวกดทองเหลืองนี้จะมีปุ่มเล็กๆ คล้ายหัวนมอยู่ตรงปลายด้วย
    จากนั้นจึงนำเมล็ดพันธุ์ผักหยอดลงในรูเล็กๆ ในแต่ละช่องของกระบะ รูละ 1 เมล็ด ซึ่งต้องใช้ความอดทนและความพยายามสูงมาก เมื่อหยอดจนครบทุกช่องแล้ว จึงนำดินปลูกมาโรยปิดหน้าอีกครั้ง เพื่อป้องกันเมล็ดพันธุ์กระเด็นหรือลอยเมื่อรดน้ำ หลังจากนั้นจึงนำกระบะที่หยอดเมล็ดพันธุ์แล้วไปวางเรียงไว้บนชั้นที่ยกเหนือพื้นดินประมาณ 80 เซนติเมตร ในโรงเรือน ทั้งนี้ เพื่อป้องกันความเสียหายจากการทำลายของแมลงศัตรูพืชที่อาจจะกระโดดขึ้นมาที่กระบะเพาะกล้าได้ จากนั้นจึงให้น้ำตามปกติ โดยลักษณะของการให้น้ำต้องเป็นละอองฝอยขนาดเล็ก หากมีละอองฝอยขนาดใหญ่ เมล็ดพันธุ์หรือต้นกล้าที่งอกอาจจะเสียหาย เนื่องจากแรงกระแทกของน้ำได้ และเมื่อต้นกล้าผักเจริญเติบโตมีใบประมาณ 3-4 ใบ จึงนำออกจากกระบะเพาะโดยการให้น้ำก่อนแล้วจึงค่อยๆ เคาะออก ต้นกล้าก็จะหลุดออกมามีลักษณะเป็นแท่งตามรูปทรงของรูในกระบะเพาะ จากนั้นจึงนำไปปลูกในแปลงปลูก วิธีนี้แม้ว่าจะใช้เวลามากแต่เกษตรกรสามารถประหยัดค่าเมล็ดพันธุ์ได้เป็นอันมาก และต้นกล้าแข็งแรง ไม่ชะงักหรือเหี่ยวเฉาเมื่อเคลื่อนย้ายลงแปลงปลูก และยังป้องกันความเสียหายของต้นกล้าพันธุ์จากด้วงหมัดผักด้วย




    สำหรับการปลูกผักไร้ดินบนต้นกล้วย ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย วิธีนี้เป็นงานทดลองของ ดร.ฮุง กับหุ้นส่วนของท่าน โดยปกติแล้วเกษตรกรจะตัดต้นกล้วยทิ้งทุกครั้งที่ตัดเครือกล้วยที่แก่แล้วออก แต่ ดร.ฮุง เห็นว่าเป็นการสูญเสียไปเปล่าๆ โดยที่ไม่ได้อะไร ดังนั้น เมื่อตัดเครือกล้วยแล้ว (จะเป็นกล้วยน้ำว้าหรือกล้วยอะไรก็ได้) ท่านจึงได้เจาะรูที่ต้นกล้วยในลักษณะทแยงลงไป ให้รูมีขนาดเท่ากับแท่งดินที่ยึดรากต้นกล้าที่ย้ายมาจากกระบะเพาะ จากนั้นจึงเอาต้นกล้า (ผักสลัด) ยัดใส่ลงไปในรูของต้นกล้วยที่เจาะไว้ โดยจำนวนรูที่จะเจาะหรือจำนวนผักที่จะปลูกมากหรือน้อย ไม่สามารถบอกได้ ท่านให้ดูขนาดของต้นกล้วยว่าใหญ่หรือเล็ก จากนั้นก็ไม่ต้องรดน้ำให้ผักที่ปลูก หรือรดน้ำให้ต้นกล้วยแต่อย่างใด จะทำเพียงอย่างเดียวคือ คอยค้ำยันไม่ให้ต้นกล้วยล้มเท่านั้น

    การปลูกผักไร้ดิน

    หลังจากนั้น ประมาณ 30 วัน (ขึ้นอยู่กับอายุของผักที่ปลูก) ก็เก็บเกี่ยวผักไปขายได้เลย ท่านบอกว่าผักสลัดที่ท่านทดลองปลูกมีรสชาติดีมาก หวาน และกรอบ ใบเป็นเงางาม ทั้งนี้ เป็นเพราะต้นกล้วยมีธาตุโพแทสเซียมสูงนั่นเอง วิธีนี้เกษตรกรท่านใดจะเอาไปทดลองปลูกก็ได้ แต่อายุผักที่ปลูกไม่ควรจะยาวนานเกิน 40 วัน เพราะต้นกล้วยจะโทรมและเหี่ยวแห้งตายเสียก่อน ผักที่ปลูกควรเป็นผักกินใบที่ไม่ต้องการแสงแดดที่แรงมากนัก เพราะใบของกล้วยจะช่วยพรางแสงแดดได้บางส่วน

แต่งมอไซค์