เพื่อนฟาร์ม

Farmfriend

"การเกษตรนั้นถือได้ว่าเป็นทั้งรากฐานและชีวิตสำหรับประเทศของเรา เพราะคนไทยเราส่วนใหญ่เป็นผู้มีอาชีพทางเกษตรกรรม. ข้าพเจ้าจึงมีความเห็นเสมอมาว่า วิธีการพัฒนาที่เหมาะสมแก่ประเทศเราอย่างยิ่ง ก็คือจะต้องทำนุบำรุงเกษตรกรรมทุกสาขาให้พัฒนาก้าวหน้า เพื่อยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของเกษตรกรทุกระดับให้สูงขึ้น" พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม 2541

วิธีการเพาะเลี้ยง ไรน้ำกร่อย


วิธีการเพาะเลี้ยง ไรน้ำกร่อย
ไรน้ำกร่อย (Diaphanosoma sp.) เป็นแพลงก์ตอนสัตว์กลุ่มเดียวกับไรแดง พบได้ทั่วไปในแหล่งน้ำบริเวณชายฝั่ง ปากแม่น้ำและอาจพบเป็นจำนวนมากในบ่อเลี้ยงกุ้ง ไรน้ำกร่อยรูปร่างและลักษณะคล้ายกับไรแดง คือ มีเปลือกใสหุ้มส่วนลำตัวและขา แต่ส่วนหัวอยู่จะนอกเปลือก ลำตัวแบนข้าง ตัวเมียมีถุงไข่อยู่ทางด้านหลัง ไรน้ำกร่อยมีขนาดใกล้เคียงกับอาร์ทีเมียเพิ่งฟัก ลูกมีขาดเล็กกว่าอาร์ทีเมียเพิ่งฟักเล็กน้อย ส่วนตัวเต็มวัยจะมีขนาดเท่ากับอาร์ทีเมีย 1-2 วัน คุณค่าทางโภชนาการจะใกล้เคียงกับอาร์ทีเมียแรกฟัก คือ มีโปรตีน 59.4 % ไขมัน 12.8 % ซึ่งอาร์ทีเมียแรกฟักมีโปรตีน 54.3 % ไขมัน 15.2 %(ธิดา,2542) ดังนั้นไรน้ำกร่อยจึงมีความเหมาะที่จะใช้แทนอาร์ทีเมียแรกฟักได้ อีกทั้งไรน้ำกร่อยสามารถเพาะเลี้ยงได้และเจริญเติบโตได้ดีในบ่อคอนกรีต ที่น้ำความเค็มระหว่าง 15-20 พีพีที สามารกินอาหารได้หลายชนิดด้วยกัน อาธิเช่น คีโตเซอรอส, เตตราเซลมีส, คลอเรลล่า,และสามารถกินอนุภาคเล็กๆ ของสารอินทรีย์อื่นๆ เช่น น้ำรำ เลือดสัตว์ อาหารสำเร็จรูป ปลาป่นและยีส เป็นต้น ทั้งนี้จะกล่าวถึงขั้นตอนในการเพาะเลี้ยงไรน้ำกร่อยโดยใช้คลอเรลล่าเป็นอาหาร ส่วนอนุภาคเล็กๆ ของอินทรีย์สารนั้น จะใช้ในขณะที่เกิดการขาดคลอเรลล่าในบางช่วง ข้อด้อยของการใช้อินทรีย์สาร คือ น้ำที่ใช้เลี้ยงจะเสียได้ง่าย ถ้าปริมาณอาหารไม่สัมพันธ์กับจำนวนไรน้ำกร่อย

อาหารที่ใช้ในการเลี้ยงไรน้ำกร่อย



อาหารที่เหมาะสมสำหรับเลี้ยงไรน้ำกร่อยและสามารถหาได้สะดวกมีอยู่ 3 ชนิด คือ

1. คลอเรลล่า (น้ำเขียว) วิธีการเลี้ยงจะกล่าวต่อไป จะทำการสูบมาใส่ลงในบ่อเลี้ยงให้เป็นอาหารโดยตรง ที่ระดับความโปรงแสงของน้ำในบ่อเลี้ยงไม่เกิน 65 เซนติเมตร

2. น้ำรำ เตรียมได้โดยชั่งรำละเอียด 1 กิโลกรัม ผสมน้ำ 8 ลิตร คั่นเอาเฉพาะน้ำนำไปผ่านผ้ากรองขนาด 60 ไมครอน เติมเลี้ยงให้กับไรน้ำกร่อยอัตรา 500 ซีซีต่อน้ำ 20,000 ลิตร(ตัน) ให้วันละ 3 มื้อ หรือ 25 ซีซีต่อน้ำ 1,000 ลิตร(ตัน) ให้วันละ 3 มื้อ การใช้น้ำรำเป็นอาหารสำหรับไรน้ำกร่อยนั้นมีข้อสังเกต คือ ถ้าอาหารหมดจะเกิดฟองอากาศขึ้นในบ่อ และเมื่อเติมน้ำรำลงไปให้ฟองอากาศจะจางหายไป

3. น้ำปลา นำปลาทั้งตัว 1 กิโลกรัม มาทำการหั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปปั่นให้ละเอียด ผ่านผ้ากรองขนาด 60 ไมครอน ผสมน้ำให้ปริมาตรน้ำปลาเท่ากับ 50 ลิตร นำไปเลี้ยงไรน้ำกร่อย อัตรา 500 ซีซีต่อน้ำ 20,000 ลิตร(ตัน) ให้วันละ 3 มื้อ หรือ 25 ซีซีต่อน้ำ 1,000 ลิตร(ตัน) ให้วันละ 3 มื้อ

วิธีการเลี้ยงไรน้ำกร่อย



ใช้บ่อคอนกรีตขนาด 5 ตันขึ้นไป จำนวน 3-4 บ่อ ถ้าเป็นบ่ออยู่กลางแจ้ง ให้ใช้ผ้าพรางแสงคลุมด้านบนเพื่อลดความเข้มของแสง ล้างบ่อให้สะอาด ตากแดดให้แห้ง หลังจากนั้นเติมน้ำเลี้ยงความเค็ม 15-20 ppt. โดยใช้น้ำฆ่าเชื้อเพื่อป้องกันการปนเปื้อนของโคพีพอด ปริมาตรน้ำเลี้ยงในวันแรกอยู่ที่ระดับครึ่งบ่อ เติมพันธุ์ไรน้ำกร่อยลงไปประมาณ 30-50 กรัม ให้ฟองอากาศกระจายไปทั่วบ่อ ให้อาหาร วันที่สามเติมน้ำและอาหารให้เต็มบ่อและ วันที่ห้าจึงทำการเก็บผลผลิต

การเก็บเกี่ยวผลผลิต



การเก็บเกี่ยวผลผลิตสามารถเก็บได้ทุกวันอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ถุงกรองหรือสวิงขนาดตา 125 ไมครอน กรองวันละ 25-50 เปอร์เซ็นต์ของปริมาตรน้ำเลี้ยง วิธีการกรองให้ถุงกรองแช่อยู่ในน้ำตลอดเวลาเพื่อป้องกันไรน้ำกร่อยแห้งตาย เสร็จแล้วเติมน้ำและอาหารให้อยู่ในระดับเดิมทำอย่างนี้ทุกวัน ผลผลิตที่ได้สามารถนำไปอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนได้โดยตรง ส่วนที่เหลือรวบรวมใส่ในภาชนะ ให้ฟองอากาศอย่างเพียงพอ เติมคลอเรลล่าเป็นอาหารไว้สำหรับมื้อถัดไป การเก็บเกี่ยวผลผลิตสามารถเก็บได้ทุกวันอย่างต่อเนื่อง



โพสต์แนะนำ

หลุมพอเพียง วิธีการปลูกพืชแบบชาญฉลาด ปลูกแล้วอาจจะรวยไม่รู้ตัว....

มีเทคนิคมากมายที่จะนำมาใช้ในการทำเกาตรให้อยู่รอด อยู่ที่ว่าเราจะค้นพบแล้วนำมันมาใช้ได้หรือไม่ วันนี้ Blogger farmfriend จะขอนำเสนอวิธีกา...