เพื่อนฟาร์ม

Farmfriend

"การเกษตรนั้นถือได้ว่าเป็นทั้งรากฐานและชีวิตสำหรับประเทศของเรา เพราะคนไทยเราส่วนใหญ่เป็นผู้มีอาชีพทางเกษตรกรรม. ข้าพเจ้าจึงมีความเห็นเสมอมาว่า วิธีการพัฒนาที่เหมาะสมแก่ประเทศเราอย่างยิ่ง ก็คือจะต้องทำนุบำรุงเกษตรกรรมทุกสาขาให้พัฒนาก้าวหน้า เพื่อยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของเกษตรกรทุกระดับให้สูงขึ้น" พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม 2541

การปลูกผักหวานป่าด้วยการเพาะเมล็ด



ผักหวานป่า เรียกได้ว่าเป็นราชินีแห่งผักได้เลยทีเดียว ผักหวานป่าปลอดสารพิษมีคุณประโยชน์มากมาย ทั้งยังสามารถนำไปปรุงอาหารมีรสชาิตหอมหวานอร่อยถูกปากใครที่ได้ลิ้มลอง ไม่แพ้ผักชนิดอื่นแน่นอน..

ผักหวานป่าจัดเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงชนิดหนึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านแหล่งโปรตีน วิตามินซี และพลังงาน นอกจากนี้ยังมีปริมาณเยื่อใยพอสมควรช่วยในการขับถ่ายให้ดีขึ้น ในยอดและใบสดที่รับประทานได้ 100 กรัม ประกอบด้วยน้ำ 76.6 กรัม โปรตีน 8.2 กรัม คาร์โบไฮเดท 10 กรัม เยื่อใย 3.4 กรัม เถ้า 1.8 กรัม แคโรทีน 1.6 มก. วิตามินซี 115 มก. และค่าพลังงาน 300 กิโลจูล (KJ) อย่างไรก็ตามการบริโภคผักหวานป่าควรปรุงให้สุกเสียก่อน เนื่องจากการบริโภคสด ๆ ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดการเบื่อเมา เป็นไข้ และอาเจียนได้ การนำผักหวานป่ามาปรุงอาหารนั้นใช้ได้ทั้งส่วนที่เป็นยอดและใบอ่อน นำช่อผลอ่อน ๆ สำหรับผลแก่อาจลอกเนื้อทิ้งนำเมล็ดไปต้มรับประทานได้เช่นเดียวกับเมล็ดขนุน มีรสหวานมัน การปรุงอาหารจากผักหวานป่า นอกจากต้ม ลวก เป็นผักจิ้มน้ำพริกแล้วอาจนำไปทำแกง แกงเลียง หรือต้มจืดได้เช่นกันประโยชน์ของผักหวานป่า
ผักหวานป่าเป็นเครื่องยาไทยจำพวกผักจะใช้ส่วนรากมาทำยา รากมีรสเย็นสรรพคุณ แก้ไข้ แก้ดีพิการ แก้เชื่อมมัว แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้กระสับกระส่าย พบว่าผักหวานป่าจัดเป็นทั้งอาหารและยาประจำฤดูร้อนแก้อาการของธาตุไฟได้ตามแพทย์แผนไทย ส่วนยอดก็นิยมนำมาปรุงอาหารมีรสหวานกรอบช่วยแก้ร้อนในกระหายน้ำและระบายความร้อนหรือใช้ปรุงเป็นยาเขียวเพื่อลดไข้ ลดความร้อน ปัจจุบันพบว่ามีการนำมาพัฒนาเป็นชาผักหวานป่าทำเป็นเครื่องดื่มต้านอนุมูลอิสระ ส่วนของลำต้นจะใช้แก่นผักหวานต้มรับประทานน้ำเป็นยาแก้ปวดตามข้อหรือปานดงหรือจะใช้ต้นผักหวานกับต้นนมสาวเป็นยาเพิ่มน้ำนมแม่หลังคลอดบุตร รากต้มรับประทานน้ำเป็นยาเย็นแก้พิษร้อนในแก้น้ำดีพิการและแก้ปวดมดลูก


การขยายพันธุ์ผักหวานป่า สามารถทำได้ 4 วิธีคือ
1.การเพาะเมล็ด
2.การตอนกิ่ง
3.การชำไหล(ราก)
4.การสกัดราก

ทั้งสี่วิธีนี้ วิธีการที่ได้ผลและนิยมที่สุดคือการปลูกผักหวานป่าด้วยเมล็ด

วิธีเพาะเมล็ดผักหวานป่าลงถุงเพาะชำ



1.เก็บหรือซื้อผลผักหวานป่าที่สุกแล้วเปลือกจะมีสีเหลืองสด นำมาหมักไว้ประมาณ 3-4วันโดยใส่กระสอบปุ๋ยเข่งหรือภาชะนะอื่นๆที่ระบายอากาศได้ดี เพื่อให้ผลผักหวานป่าเน่า จะได้แยกเนื้อกับเมล็ดออกจากกันได้ง่ายๆ

2.เมื่อผลผักหวานเริ่มเน่าสังเกตุดูว่าจะมีราสีขาวขึ้นนำมาเอาเนื้อของผลผักหวานป่าออก โดยใช้มือขยี้แต่ต้องใส่ถุงมือยางเพราะยางของผลผักหวานอาจจะระคายเคืองผิวได้ ขยี้และใช้น้ำล้างจนหมดเมือกเหลือแต่เมล็ดต้องทำด้วยความระมัดระวังอย่าให้เมล็ดผักหวานช้ำอาจจะเสียหายข้างในแต่มองไม่เห็นจะมีผลต่อการงอกของเมล็ด

3.คัดเมล็ดพันธุ์ผักหวานป่าโดยการนำไปล้างน้ำ สังเกตถ้าเมล็ดไหนลอยน้ำให้คัดทิ้ง
     



4.นำเมล็ดผักหวานป่าที่ล้างสะอาดแล้วไปตากลมในที่ร่ม(ห้ามตากแดดเป็นอันขาด)
บนพื้นปูนในห้องน้ำ สังกะสีหรือใช้กระสอบป่านปูรองพื้นก็ได้แต่ถ้าปูบนพื้นดินต้องระวังปลวกกินกระสอบด้วยโดยเกลี่ยให้มีความสูงที่ซ้อนกันไม่เกิน3เมล็ดทิ้งไว้ประมาณ 2-3วัน จากนั้นใช้กระสอบป่านปูทับเมล็ดผักหวานป่าอีกทีหนึ่งแล้วรดน้ำให้ชุ่ม เช้า-เย็น หรือจะเพาะเมล็ดผักหวานป่าในทรายก่อสร้างก็ได้ โดยนำทรายใส่ในกระบะแล้วนำเมล็ดผักหวานป่าลงเพาะในทราย รดน้ำให้ชุ่มเช้า-เย็น

     




5.ประมาณ3-5วันเมล็ดผักหวานป่าเริ่มมีรอยปริเป็นร่องขสีขาวๆและอีกประมาณ1-2วัน(รวม7วัน)จะมีรากเริ่มงอกออกมาให้นำลงถุงเพาะชำที่เตรียมไว้ในเรือนเพาะชำประมาณเดือนที่2จึงจะเริ่มเห็นใบของต้นกล้าผักหวานป่าเพราะในเดือนแรกรากจะลงดินก่อนรดน้ำวันละ1-2ครั้ง ประมาณ 4-5 เดือน ก็นำลงแปลงปลูกได้แต่ก่อนนำต้นกล้าลงแปลงปลูกจริงควรเปิดหลังคาเรือนเพาะชำหรือนำต้นกล้า ออกรับแสงที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติและลดการให้น้ำตามสัก 3-4 วันตามสมควรเพื่อให้ต้นกล้ามีอัตราการรอดในแปลงปลูกสูงขึ้น



      





วิธีการเพาะเมล็ดผักหวานป่าลงแปลงปลูก





อีกหนึ่งวิธีการในการเพาะต้นผักหวานป่าคือ เพาะลงในแปลงปลูกไปเลย วิธีนี้จะดีตรงที่ ต้นผักหวานป่าจะไม่ต้องชะงักการเจริญเติบโต เหมือนการเพาะลงถุงแล้วค่อยนำไปปลูก วิธีการนี้ต้องปลูกพืชพี่เลี้ยงไปก่อนประมาณเดือนนึง โดยพืชพี่เลี้ยงที่นิยมได้แก่ ต้นแคร์ ตะขบ เป็นต้น

การพาะเมล็ดผักหวานป่าลงแปลงปลูกมีวิธีการดังนี้

1. ขุดหลุมกว้างประมาณ 50x50x50 ซม. นำปุ๋ยคอก แกลบดิบ แกลบดำ และดินร่วนซุย มาผสมให้เข้ากันในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 แล้วนำต้นพันธุ์พืชพี่เลี้ยงลงปลูก ทิ้งไว้ประมาณ 1 เดือน





    2.นำเมล็ดผักหวานป่าที่แยกเนื้อออกจากเมล็ดและผึ่งให้แห้งแล้ว มาคลุกเคล้ากับปูนขาว เพื่อป้องกันเชื้อราและแมลงรบกวน แล้วจึงนำไปลงเพาะในหลุมใกล้ๆโคนพืชพี่เลี้ยง โดยให้วางฝังเพียงครึ่งแกนเมล็ดไม่กลบให้มิด เพราะถ้ากลบมิดอาจจะทำให้เมล็ดเน่า ไม่งอกดีเท่าการวางครึ่งเมล็ด

    3.ช่วงเวลาผ่านไปหลังฝังแกนเมล็ด ประมาณ 3-7 วัน จะแตกคล้ายถั่วงอก รากแหย่ลงลึก ช่วงที่แตกเป็นถั่วงอก จะอยู่ในลักษณะนี้ค่อนข้างนาน ใช้เวลาประมาณ 30-40 วัน จึงจะแทงยอดขึ้นบนดิน การปลูกลงดินอัตราการรอดจะสูงหากนำลงดินในช่วงที่เป็นถั่วงอก และดูแลให้ดินในพื้นที่ปลูกมีความชุ่มชื้น หากปลูกในช่วงที่แทงยอดพ้นดินแล้ว รากอาจลงลึกมาก เมื่อเคลื่อนย้ายอาจทำให้รากขาดได้

    4.เมื่อผักหวานเริ่มโผล่ยอดให้ ตัดท่อ PVC 1/2 นิ้ว ยาวประมาณ 10 ซม. ไปครอบยอดผักหวานไว้ กันแมลงและสัตว์มาทำลาย กันลมพัดยอดหัก และเป็นการช่วยยืดยอดผักหวานป่าให้ยาวเร็วขึ้น เพราะตามธรรมชาติ พืชมักจะพยายามแทงยอดหาแสงแดด เมื่อยอดพืชแข็งแรงดีแล้ว ค่อยดึงท่อออก






    5.หลังจากผ่านไปสามเดือน ให้ใส่ปุ๋ยคอกรอบๆหลุมปลูกผักหวาน

    6.คอยดูแลรดน้ำในช่วงหน้าแล้งไม่ให้ดินแห้ง ประมาณ 3 ปี สามารถเก็บยอดผักหวานป่าไปบริโภคและจำหน่ายได้


    แกงผักหวานป่าใส่ไข่มดแดง เมนูยอดนิยม





    โพสต์แนะนำ

    หลุมพอเพียง วิธีการปลูกพืชแบบชาญฉลาด ปลูกแล้วอาจจะรวยไม่รู้ตัว....

    มีเทคนิคมากมายที่จะนำมาใช้ในการทำเกาตรให้อยู่รอด อยู่ที่ว่าเราจะค้นพบแล้วนำมันมาใช้ได้หรือไม่ วันนี้ Blogger farmfriend จะขอนำเสนอวิธีกา...