เพื่อนฟาร์ม

Farmfriend

"การเกษตรนั้นถือได้ว่าเป็นทั้งรากฐานและชีวิตสำหรับประเทศของเรา เพราะคนไทยเราส่วนใหญ่เป็นผู้มีอาชีพทางเกษตรกรรม. ข้าพเจ้าจึงมีความเห็นเสมอมาว่า วิธีการพัฒนาที่เหมาะสมแก่ประเทศเราอย่างยิ่ง ก็คือจะต้องทำนุบำรุงเกษตรกรรมทุกสาขาให้พัฒนาก้าวหน้า เพื่อยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของเกษตรกรทุกระดับให้สูงขึ้น" พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม 2541


ปลูกป่าอย่างยั่งยืน เพื่อมรดกของลูกหลาน
จากพระราชดำรัสของพระบาททสมเด็จพระเจ้ายู่หัว  ที่เล็งเห็นความสำคัญของเกษตรกร  ในการปลูกป่าให้ได้ประโยชน์หลายอย่างไปพร้อมๆกัน  จึงได้มีคำกล่าวของพระองค์ทานที่ว่า การปลูกป่าถ้าจะให้ราษฎรมีประโยชน์   ให้เขาได้ให้ใช้วิธีปลูกไม้ 3 อย่าง แต่มีประโยชน์ 4 อย่าง คือ ไม้ใช้สอย ไม้กินได้ ไม้เศรษฐกิจ โดยปลูกรองรับการชลประทาน ปลูกรับซับน้ำ และปลูกอุดช่วงไหล่ตามร่องห้วยโดยรับน้ำฝนอย่างเดียว ประโยชน์อย่างที่ 4 คือสามารถช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ

จากพระราชดำรัสนี้ จึงทำให้หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน  เล็งเห็นถึงความสำคัญของการปลูกป่าตามแนวคิดนี้  และได้มีการส่งเสริมให้เหล่าเกษตรกรนำแนวคิดนี้ไปปรับใช้กับพื้นที่ของตน ในการปลูกป่า 3 อย่าง ได้ประโยชน์ 4 อย่าง  อีกทั้งยังได้ทำเป็นศูนย์การเรียนรู้และศึกษาการทำเกษตรแนวนี้    ให้ผู้ที่สนใจได้รับชมและนำไปปรับใช้กับพื้นที่ของตนเองได้ด้วย
เช่นเดียวกันกับศูนย์การเรียนรู้แห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า ศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดิน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา  โดยภายในศูนย์ มีพื้นที่กว่า 600 ไร่  ซึ่งถือว่ากว้างขวางอย่างมาก  จึงไม่จำกัดในการเรียนรู้อย่างแน่นอน   มีการทดลองและ มีแปลงสาธิตการเกษตรพืชหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นพืชสมุนไพร   ทดลองการฟื้นฟูปรับปรุงบำรุงดิน  การผลิตและขยายพันธุ์หญ้าแฝกเพื่อแจกจ่าย การศึกษารวบรวมอนุรักษ์พันธุกรรมพืช   ตลอดจนการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาทำปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ เป็นต้น   ซึ่งถือได้ว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ตามเศรษฐกิจพอเพียงและมีการทำเกษตรอินทรีย์เพื่อใช้ประโยชน์ที่ดินได้ อย่างยั่งยืน  มีกิจกรรมที่ครอบคลุมทุกรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านพืช ปศุสัตว์ และประมง  โดยเน้น กิจกรรมด้านพืช การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง เพื่อเป็นบำนาญให้กับเกษตรกรไทย ให้มีผลผลิตและรายได้ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง  ไม่ต้องลำบากในชีวิตเมื่อแก่เฒ่า





อย่างเช่นนายพันมหา ทองบ่อ  ได้กล่าวว่า อย่างเช่นป่านี้เริ่มปลูกเมื่อปี 2554 มีต้นไม้หลากหลายชนิด เช่น สักทอง มะฮอกกานี กระถินเทพา ตะเคียน กล้วย ไผ่ ชมพู่ทับทิม ผสมผสานกันอยู่ตามธรรมชาติให้แข่งกันเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ ส่วนพืชสมุนไพรนั้นปลูกเป็นผักสวนครัว เช่น ข่า กระชาย พริก มะเขือ ฯลฯ ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้ทุกวัน

  และอีกอย่างจะเห็นได้ว่า เกษตรกรที่เป็นปราชญ์ชาวบ้าน มีอายุที่ยืนยาวและแข็งแรงกันทั้งนั้น เนื่องจากผลผลิตที่ได้ไม่มีสารพิษที่อันตรายต่อร่างกาย  เป็ยของธรรมชาติที่ไม่มีการใส่สารจริงๆ และความสุขทางใจที่ได้เห็นการเจริญเติบโตของต้นไม้  ทำให้เป็นวิถีชีวิตที่พอเพียง  และสามารถนำผลประโยชน์ของผืนป่าแห่งนี้ส่งต่อรุ่นลุกหลานไปอย่างยาวนานสืบไป

โพสต์แนะนำ

หลุมพอเพียง วิธีการปลูกพืชแบบชาญฉลาด ปลูกแล้วอาจจะรวยไม่รู้ตัว....

มีเทคนิคมากมายที่จะนำมาใช้ในการทำเกาตรให้อยู่รอด อยู่ที่ว่าเราจะค้นพบแล้วนำมันมาใช้ได้หรือไม่ วันนี้ Blogger farmfriend จะขอนำเสนอวิธีกา...