เพื่อนฟาร์ม

Farmfriend

"การเกษตรนั้นถือได้ว่าเป็นทั้งรากฐานและชีวิตสำหรับประเทศของเรา เพราะคนไทยเราส่วนใหญ่เป็นผู้มีอาชีพทางเกษตรกรรม. ข้าพเจ้าจึงมีความเห็นเสมอมาว่า วิธีการพัฒนาที่เหมาะสมแก่ประเทศเราอย่างยิ่ง ก็คือจะต้องทำนุบำรุงเกษตรกรรมทุกสาขาให้พัฒนาก้าวหน้า เพื่อยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของเกษตรกรทุกระดับให้สูงขึ้น" พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม 2541

เกษตรแนวใหม่.. จากลุงทวี รวยได้ ไม่ง้อเงินจากรัฐ


ถึงแม้ว่าจะมีการรณรงค์ให้ชาวนาและชาวสวนทำไร่แบบเกษตรอินทรีย์ที่ไม่ใช้สารเคมี  ซึ่งจะส่งผลดีกับพืชให้มีคุณภาพดีอย่างแท้จริง อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนไปได้มาก  เนื่องจากไม่ต้องเสียเงินแพงไปกับการซื้อยาฆ่าแมลงนั่นเอง...

และลุงทวี ชาวสวน  ชาวนาในอ.เวียงชัย จ.เชียงราย ภาคเหนือนู้น.... ก็เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรตัวอย่างที่น่าทำตามเป็นอย่างมาก ที่ได้รับการอบรมจาก บริษัทปูนซีเมนท์นครหลวง   ส่งเสริมให้ลดใช้สารเคมี โดยใช้การดูแลพันธุ์พืชที่มาจากธรรมชาติและของเหลือใช้แทน   จนในวันนี้สามารถที่จะพึ่งพาตนเองได้ ไม่ต้องง้อปุ๋ยหรือยาฆ่าแมลงแพงๆให้ปวดใจอีกแล้ว  ซึ่งตนได้บอกว่า  จากเดิมที่มีต้นทุนค่าทำนาทั้งค่าปุ๋ยยาและเมล็ดพันธุ์อยู่ที่ไร่ละ 4000  บาท    แต่พอเปลี่ยนมาใช้วิธีการตามที่ได้อบรม  พบว่าสามารถลดค่าใช้จ่ายจากตรงนี้ ไปได้มากเลยทีเดียว กว่า 2000 บาท!  มีเงินในกระเป๋าเหนาะๆกว่า 30000 บาท....



เนื่องจากในวัยเด็ก พ่อและแม่ของลุงทวี ก็มีอาชีพเป็นชาวไร่ชาวสวนนั่นแหล่ะ   ตั้งแต่ตนจำความได้....   เมื่อไหร่ก็ตามที่ว่างจากการเรียน  ก็จะมาช่วยพ่อและแม่ทำสวนเป็นประจำ เรียกได้ว่าคลุกอยู่แต่กับสวนกับนาตั้งแต่เด็กเลยทีเดียว  และพอโตขึ้นก็ได้รับช่วงสานต่อ  ทำเข้าจริงกลายเป็นไม่รู้อะไรเลย  ทุกอย่างต้องเริ่มเรียนรู้ใหม่หมด  เนื่องจากว่าตอนที่เป็นลูกมือให้พ่อกับแม่  เขาสั่งอะไรก็ทำตาม  ไม่ได้ซึมซับว่าจะต้องนำมาใช้จริงในชีวิต   และบางปีทุนหดหายไม่กำไรซะจนไม่อยากปลูกข้าวเลยทีเดียว

จากการนำความรู้ที่ได้จากการอบรมมาใช้กับที่นาของตนเอง จากเดิมที่ปลูกข้าวให้โรงสีแล้วขายได้เพียง กก.ละ 11 บาทเท่านั้น ..ซึ่งก็ต้องจำใจทำแม้จะรู้ว่ากำไรนิดเดียว  แต่เมื่อนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาการปลูกข้าวแบบอินทรีย์ห่างไกลสารเคมี  ในตอนนี้ทำให้ชาวนาในหมู่บ้านสามารถผลิตข้าวได้คุณภาพ น้ำหนักดี  เมล็ดอวบ เต็มรวง ถือได้ว่าเป็นเกรดเอ เป็นที่ต้องการของตลาดบนเป็นอย่างมาก  จนสามารถส่งขายเมล็ดพันธุ์ให้กับศูนย์ข้าวชุมชน สหกรณ์  จังหวัด  พ่อค้า และเพื่อนชาวนาในหมู่บ้านใกล้เคียง….  เลยได้เพิ่มราคาสูงถึง กก.23 บาทเลยทีเดียว !  แถมส่งปุ๊บ..ก็ได้เงินปั๊ป !!   ไม่ต้องรอใบประทวนหรือฝันรอเงินจำนำจากนโยบายข้างที่ล่าช้าและขายได้ราคาน้อย

แต่ทั้งนี้การอบรมความรู้ให้แก่ชาวนา   ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีในการพัฒนาคุณภาพของพันธุ์พืชให้ดียิ่งขึ้น  แต่ก็มีบางพื้นที่ๆไม่ได้มีความตั้งใจในการให้ความรู้อย่างแท้จริง  ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ทางภาครัฐควรใส่ใจด้วย



โพสต์แนะนำ

หลุมพอเพียง วิธีการปลูกพืชแบบชาญฉลาด ปลูกแล้วอาจจะรวยไม่รู้ตัว....

มีเทคนิคมากมายที่จะนำมาใช้ในการทำเกาตรให้อยู่รอด อยู่ที่ว่าเราจะค้นพบแล้วนำมันมาใช้ได้หรือไม่ วันนี้ Blogger farmfriend จะขอนำเสนอวิธีกา...