เพื่อนฟาร์ม

Farmfriend

"การเกษตรนั้นถือได้ว่าเป็นทั้งรากฐานและชีวิตสำหรับประเทศของเรา เพราะคนไทยเราส่วนใหญ่เป็นผู้มีอาชีพทางเกษตรกรรม. ข้าพเจ้าจึงมีความเห็นเสมอมาว่า วิธีการพัฒนาที่เหมาะสมแก่ประเทศเราอย่างยิ่ง ก็คือจะต้องทำนุบำรุงเกษตรกรรมทุกสาขาให้พัฒนาก้าวหน้า เพื่อยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของเกษตรกรทุกระดับให้สูงขึ้น" พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม 2541

เลี้ยงหมูหลุม ..ดีและประหยัดต้นทุนไปได้มาก !


ในปัจจุบันนี้มักจะมีแต่การใช้สารเคมีในชีวิตประจำวัน   ให้เราเห็นและได้สัมผัสจนชินตากันไปแล้ว   ไม่เพียงแต่มนุษย์เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากการใช้สาร  ที่ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายแย่ลง  แต่ยังรวมถึงสัตว์ชนิดต่างๆ อย่างเช่น หมู....... ที่เหล่าเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูที่แต่ก่อนนั้น  มีการเลี้ยงหมูเพื่อบริโภคในครัวเรือนอย่างเดียว   ทำการเลี้ยงดูแบบธรรมชาติ ผลผลิตที่ได้จึงปลอดภัยไม่มีอันตราย

 แต่ในปัจจุบันนี้มักจะนิยมหันมา ผลิตที่เน้นการจำหน่ายแทน จึงเป็นผลทำให้กระบวนการผลิตสุกรแบบดั่งเดิม   มาเป็นการใช้พันธุ์ อาหาร ยาและวัคซีน จากบริษัทต่างๆเจ้ามาเป็นส่วนหนึ่งและองค์ประกอบในการผลิตให้ได้มาตรฐาน   ในแบบที่เขาต้องการ  ซึ่งปกติการเลี้ยงหมูใช้เวลา 6-7 เดือน  ถึงจะได้น้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัม    แต่เมื่อมีการบริโภคเพิ่มขึ้นความต้องการหมูก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น  เมื่อความต้องมีอย่างไม่จำกัด  จึงต้องมีการเร่งผลิตให้ทันต่อตลาด ด้วยการพัฒนากระบวนการผลิตมีการปรับเปลี่ยนการเลี้ยงหมูหรือสุกรให้มีน้ำหนัก 100 กิโลกรัม   เพียงระยะเวลา 4-5 เดือนเท่านั้น



ทั้งนี้ แม้ว่าการผลิตหมูในสมัยนี้จะสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วก็จริง....  แต่ทำให้เกษตรกรบางส่วนถึงกับต้องเป็นหนี้  ประสบปัญหาทางด้านการเกษตรกรรม รายได้ที่มีอยู่ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย  เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นนั่นเอง   ฉะนั้นแล้วจึงควรมีการเลี้ยงหมูที่สามารถประหยัดต้นทุนและทำให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้

การเลี้ยงหมูหลุม หรือ หมูอินทรีย์ จึงจะดูเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เนื่องจาก เป็นการเลี้ยงสุกรแนวทางธรรมชาติของประเทศเกาหลีใต้ โดยศูนย์เรียนรู้การพัฒนายั่งยืนภาคเหนือ ได้นำข้อดีของการเลี้ยงหมูแบบนี้มาใช้ในไทย พร้อมกับดัดแปลงสอดคล้องให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม   จนมีการเลี้ยงกันแพร่หลายทางภาคเหนือในหมู่เกษตรกรรายย่อย และพบว่า สามารถลดต้นทุนได้ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ! นอกจากนั้นแล้วการเลี้ยงหมูหลุม ยังช่วยแก้ปัญหากลิ่นมูลสุกรที่ไม่พึงประสงค์  ทำให้หมูมีสุขภาพที่ดีปลอดสารและมีน้ำหนักตัวที่มากขึ้น  เพราะ เน้นการใช้วัสดุที่มีอยู่ตามธรรมชาติและในท้องถิ่นเป็นหลัก หาง่าย ราคาถูก และสามารถนำวัสดุที่เหลือใช้ต่าง ๆ กลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อีก  โดยไม่ต้องใช้ตัวยาเสริมใดๆนั่นเอง 

อีกทั้งวัสดุหรือซากพันธุ์พืชที่เหลืออยู่ในหลุม   ซึ่งถูกย่อยสลายและหมักโดยจุลินทรีย์กลุ่มที่ให้ประโยชน์     สามารถกลายเป็นปุ๋ยหมักอย่างดี   นำไปใช้ปรับปรุงบำรุงดิน และเป็นอาหารของพืชได้  ซึ่งจะยิ่งทำให้ต้นทุนในการให้อาหารหมูของเกษตรกรลดน้อยลงอีก จะเป็นผลดีที่ทำให้มีผลกำไรมากขึ้นไปอีก



โพสต์แนะนำ

หลุมพอเพียง วิธีการปลูกพืชแบบชาญฉลาด ปลูกแล้วอาจจะรวยไม่รู้ตัว....

มีเทคนิคมากมายที่จะนำมาใช้ในการทำเกาตรให้อยู่รอด อยู่ที่ว่าเราจะค้นพบแล้วนำมันมาใช้ได้หรือไม่ วันนี้ Blogger farmfriend จะขอนำเสนอวิธีกา...