เพื่อนฟาร์ม

Farmfriend

"การเกษตรนั้นถือได้ว่าเป็นทั้งรากฐานและชีวิตสำหรับประเทศของเรา เพราะคนไทยเราส่วนใหญ่เป็นผู้มีอาชีพทางเกษตรกรรม. ข้าพเจ้าจึงมีความเห็นเสมอมาว่า วิธีการพัฒนาที่เหมาะสมแก่ประเทศเราอย่างยิ่ง ก็คือจะต้องทำนุบำรุงเกษตรกรรมทุกสาขาให้พัฒนาก้าวหน้า เพื่อยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของเกษตรกรทุกระดับให้สูงขึ้น" พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม 2541

ปลูกข่าขายรายได้ดี มีตลาดรองรับตลอด




อีกหนึ่งอาชีพเกษตรกรที่น่าสนใจคือการปลูกข่า อาหารไทยหลายอย่างต้องมีข่าเป็นว่วนประกอบ ไม่ว่าจะเป็นการต้มยำเอย ตำน้ำพริกเอย หรือจะนำมาลวกจิ้มน้ำพริกก็อร่อยดีเหมือนกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดข่ายังไม่ตัน ตราบใดที่ยังมีคนกินน้ำพริก กินต้มยำ หรืออาหารอื่นๆที่มีข่าเป็นส่วนประกอบ การปลูกข่าขายได้ทั้งข่าอ่อนและข่าแก่ ข่าอ่อนจะส่งขายตลาดสดเรียกว่าข่าหยวก เอาไปใส่ต้มยำทำแกง ข่าแก่จะส่งโรงงานพวกทำน้ำพริกเป็นหลัก
อาชีพ การปลูกข่า มีกระจายอยู่ทั่วประเทศโดยพื้นที่ปลูกในเชิงพาณิชย์ ได้แก่ จ.ฉะเชิงเทรา, อ่างทอง, เพชรบูรณ์, ราชบุรี, อุบลราชธานีและนครสวรรค์ เป็นต้น คุณอำพัน เทพรักษ์ อยู่บ้านเลขที่ 39/1หมู่ 3 ต.บ้านแก่ง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีอาชีพทำนามานานและเคยเป็นหนึ่ง ในชาวนาที่เคยเป็นหนี้จากการทำนานับแสนบาท โดยพื้นที่เกษตรกรรมมีโอกาสเสี่ยงต่อน้ำท่วมทุกปี จึงได้คิดหาอาชีพเสริมด้วยการเริ่มต้นปลูกข่าในพื้นที่ 1 งาน ผลปรากฏว่ารายได้จากการปลูกข่าเพียง 1 งาน ทำรายได้ดีกว่าการทำนาและมีการดูแลรักษาน้อยกว่า จากอาชีพเสริมมาสู่อาชีพหลัก ปัจจุบันคุณอำพันได้ขยายพื้นที่ปลูกข่าในพื้นที่ 5 ไร่ และในพื้นที่ 1 ไร่ ได้ผลผลิตเฉลี่ย 4,000-6,000 กิโลกรัม คุณอำพัน บอกถึงเหตุผลที่ปลูกข่าหยวกทั้งหมด เพราะเป็นข่าที่มีลักษณะของเหง้าใหญ่, สีแดงออกชมพู, มีกลิ่นฉุน ตลาดต้องการข่าชนิดนี้มากที่สุด สภาพดินที่เหมาะต่อการปลูกข่ามากที่สุดควรเป็นดินร่วนปนทรายและจะต้องไม่มีน้ำท่วมขัง การเตรียมดินมีการไถดะ, ไถแปรและพรวนชักร่องเหมือนกับการปลูกอ้อย ระยะปลูกที่นิยมคือ 80x80 เซนติเมตร พื้นที่ 1 ไร่ปลูกได้ 2,500 หลุม ต้นพันธุ์ที่จะใช้ปลูกจะใช้เหง้าอ่อนหรือเหง้าแก่ก็ได้ โดยมีข้อเด่นและข้อด้อยต่างกันคือ เมื่อใช้เหง้าอ่อนจะเจริญเติบโตเร็วในช่วงแรกแต่จะต้องซื้อพันธุ์ด้วยต้นทุนสูง ในกรณีที่ใช้เหง้าแก่จะเจริญ เติบโตช้ากว่าหน่ออ่อน แต่ลงทุนค่าพันธุ์ถูกกว่าหน่ออ่อนเท่าตัว (ถ้าใช้หน่ออ่อนทำพันธุ์จะนิยมเหมาซื้อ โดยพื้นที่ปลูก 1 งาน ใช้ค่าหน่อพันธุ์เป็นเงิน 6,000 บาท) คุณอำพันยังได้บอกว่าข่าที่ปลูกไปแล้วจะเริ่มขุดขายเมื่อมีอายุตั้งแต่ 8เดือน และจะทยอยขุดขายไปเรื่อย ๆ จนถึงอายุ 2 ปี ช่วงที่เหมาะต่อการขุดข่าขายและมีน้ำหนักดีได้กำไรมากที่สุดควรขุดในช่วงอายุ 1 ปีถึง 1 ปีครึ่ง ใน 1 กอ จะได้ข่าที่มีน้ำหนักเฉลี่ย 8-10 กิโลกรัม และมีสัดส่วนของข่าอ่อนประมาณ 70% และข่าแก่ประมาณ 30% ถ้าเกษตรกรขุดข่าเมื่ออายุตั้งแต่ปีครึ่งขึ้นไปจะมีสัดส่วนของข่าแก่มากกว่าข่าอ่อนตามลำดับ ในการขุดข่าขายดินจะต้องมีความชื้นจึงจะง่ายต่อการขุด ในการขุดแต่ละครั้งจะมีออเดอร์สั่งมา จะขุดวันต่อวันเพื่อความสดและจะขุดในช่วงเช้า คุณอำพันยังได้บอกถึงเคล็ดลับในการรักษาสภาพของเหง้าข่าให้คงความสดและ สีสวยอยู่ได้นานจนถึงปลายทาง ด้วยการตัดแต่งรากและเหง้าให้เสร็จเรียบร้อย นำเหง้าข่าจุ่มลงในน้ำสะอาดที่กวนด้วยสารส้ม (น้ำสารส้มจะช่วยรักษา เหง้าข่าให้ดูสดและสีสวย) หลังจากนั้นบรรจุข่าลงถุงพลาสติกใสน้ำหนัก 10 กิโลกรัมต่อถุง พ่อค้าจะมารับสินค้าในช่วงเวลาบ่ายเพื่อนำไปส่งยังตลาด ต่อไป โดยเฉลี่ยราคารับซื้อข่าอ่อนจะเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 8 บาทและจะสูงขึ้นถึงกิโลกรัมละ 15 บาทในช่วงเทศกาล เช่น ปีใหม่ และสงกรานต์ สำหรับข่าแก่จะขายได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 3-5 บาท

โพสต์แนะนำ

หลุมพอเพียง วิธีการปลูกพืชแบบชาญฉลาด ปลูกแล้วอาจจะรวยไม่รู้ตัว....

มีเทคนิคมากมายที่จะนำมาใช้ในการทำเกาตรให้อยู่รอด อยู่ที่ว่าเราจะค้นพบแล้วนำมันมาใช้ได้หรือไม่ วันนี้ Blogger farmfriend จะขอนำเสนอวิธีกา...