เพื่อนฟาร์ม

Farmfriend

"การเกษตรนั้นถือได้ว่าเป็นทั้งรากฐานและชีวิตสำหรับประเทศของเรา เพราะคนไทยเราส่วนใหญ่เป็นผู้มีอาชีพทางเกษตรกรรม. ข้าพเจ้าจึงมีความเห็นเสมอมาว่า วิธีการพัฒนาที่เหมาะสมแก่ประเทศเราอย่างยิ่ง ก็คือจะต้องทำนุบำรุงเกษตรกรรมทุกสาขาให้พัฒนาก้าวหน้า เพื่อยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของเกษตรกรทุกระดับให้สูงขึ้น" พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม 2541

ระบบการปลูกข้าวต้นเดี่ยว (SRI) ประหยัดเมล็ดพันธุ์ จัดการง่าย เพิ่มผลผลิต...




วันนี้ Blogger Farmfriend จะขอนำเสนอระบบการปลูกข้าวแบบ SRI (System of Rice Intensification) หรือการปลูกข้าวต้นเดี่ยวนั้นเอง ทำให้เราประหยัดค่าเมล็ดพันธุ์ และประหยัดน้ำในการเพาะปลูก แถมยังประหยัดพื้นที่ในการตกกล้า ทั้งยังง่ายในการกำจัดวัชพืชอีกด้วย ที่สำคัญ การปลูกข้าวแบบนี้สามารถเพิ่มผลผลิตได้ถึง 720 กิโลกรัมต่อไร่เลยทีเดียว เมื่อเทียบกับวิธีการปกติที่ได้เพียง 400-500 กิโลกรัมต่อไร่......



ระบบการปลูกข้าวต้นเดี่ยวเริ่มพัฒนาขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2504-2538 โดยนายอองรี เดอ โลลานี กับ เกษตรกรในมาดากัสการ์ เรียกว่า “การปลูกข้าวแบบมาลากาซี” ต่อมาขยายไปประเทศต่าง ๆ เช่น อินโดนีเซีย กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และไทยเป็นต้น ในประเทศไทย เมื่อปีพ.ศ. 2547 สถาบันแมคเคนเพื่อฟื้นฟูสภาพ จังหวัดเชียงใหม่ โดยอาจารย์เคล้าซ์ ปรินซ์ ส่งเสริมให้เกษตรกรที่จังหวัดเชียงใหม่ และเชียงราย ปลูกข้าวแบบ SRI ปัจจุบันได้ขยายไปหลายจังหวัด เช่น น่าน สุรินทร์ อุบลราชธานี ยโสธร สุพรรณบุรี นครราชสีมา สำหรับจังหวัดกาฬสินธุ์เริ่มปลูกในปีเพาะปลูก 2553

  
ข้อมูลของการปลุกข้าวต้นเดี่ยว

1. ใช้เมล็ดพันธุ์ในการปลูก ประมาณ 1-1.5 กก./ไร่
2. ใช้กล้าอายุ 8-14 วันในการปักดำ ทำให้ข้าวตั้งตัวได้เร็วภายในสามวัน และจะเจริญเติบโตเร็วกว่าข้าวทั่วๆไป
3. ขังน้ำให้สูงเพียง 1-2 นิ้ว และมีการปล่อยให้ดินแห้งบ้างสลับกันไป เป็นการเพิ่มช่องว่างอากาศหรือ O2 ในดิน ทำให้จุลินทรีย์พวก aerobic ทำงานได้ดี เนื้อดินจับตัวแน่น ทำให้ทำงานสะดวกในการปฏิบัติงานในแปลง ลดการเกิดก๊าซ CH4 แทนระบบการปลูกข้าวแบบน้ำขัง ลดการระบาดของโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียและหอยเชอรี่
4. ดำห่าง 30-40 ซม. แล้วแต่ความอุดมสมบูรณ์ของดิน เพิ่มการแตกหน่อต่อกอ เพื่อให้ได้จำนวนหน่อต่อกอสูง โรคและแมลงระบาดน้อย สะดวกในการใช้เครื่องมือในแปลงและการเดินสำรวจในแปลง
5. ข้าวแต่ละต้นสามารถแตกกอได้ 30-50 ต้นต่อกอ




ประโยชน์ของการปลูกข้าวต้นเดี่ยว
1. ประหยัดเมล็ดพันธุ์ข้าว
2. ประหยัดน้ำได้ครึ่งหนึ่งจากการทำนาปกติ
3. ประหยัดพื้นที่ในการตกกล้า
4.ต้นข้าวเจริญเติบโตเร็วกว่าข้าวทั่วไป คือ ตั้งต้นได้ภายใน 3 วันหลังจากปักดำ นอกจากนี้ยังแตกเป็นกอใหญ่ ออกรวงเยอะ ลำต้นใหญ่ แข็งแรง บางต้นสูงกว่า 2 เมตร รากแผ่ขยายเป็นวงกว้างทำให้สามารถหาอาหารมาเลี้ยงลำต้นได้มากกว่า
5. การกำจัดวัชพืชทำได้ง่าย เพราะมีช่องว่างระหว่างกอข้าว


วิธีการปลูกข้าวแบบต้นเดี่ยว (SRI)

การปลูกข้าวแบบต้นเดี่ยวนั้น เราจะปลูกข้าว 1 ต้นต่อ 1 หลุม โดยใช้กล้าอายุ 8 – 12 วัน หรือ กล้ามีใบประมาณ 2 ใบ ระยะปลูก 20 x 20 เซนติเมตร มีการควบคุมการให้น้ำแบบสลับแห้งและเปียกตั้งแต่กล้าปลูกถึงออกรวง โดยปล่อยน้ำท่วมขังประมาณ 2 เซนติเมตร หลังต้นข้าวออกรวงจนกระทั่ง 14 วัน ก่อนเก็บเกี่ยวจึงปล่อยน้ำทิ้งข้าวต้นเดี่ยวจะแตกกอถึง 60 – 65 ตัน หรือเฉลี่ย 50 ต้น สามารถเพิ่มผลผลิตจาก 400 – 500 กิโลกรัมต่อไร่ เป็น 720 กิโลกรัมต่อไร่










วิดีโอคลิปแสดงการกำนาต้นเดียว SRI




บทความที่เกี่ยวข้อง......

การทำนาข้าวในเมืองไทย...

ปลูกข้าวแบบล้มตอซังลดต้นทุนได้ผลผลิตดีกำไรงาม

โพสต์แนะนำ

หลุมพอเพียง วิธีการปลูกพืชแบบชาญฉลาด ปลูกแล้วอาจจะรวยไม่รู้ตัว....

มีเทคนิคมากมายที่จะนำมาใช้ในการทำเกาตรให้อยู่รอด อยู่ที่ว่าเราจะค้นพบแล้วนำมันมาใช้ได้หรือไม่ วันนี้ Blogger farmfriend จะขอนำเสนอวิธีกา...